The pursuit of happyness
เวลาว่าง ๆ ผมจะไปร้านเช่าหนังวีซีดีมาดู (เมื่อก่อนจะเรียกติดปากว่า ร้านเช่าวีดีโอ เดียวนี้คงหาร้านเช่าวีดีโอไม่ได้แล้ว ไปถามคนเช่า คงมองหน้า แบบ แกมาจากยุคไหนเนียะ )
พูดถึงวีดีโอแล้วก็ทำให้นึกถึงการเปลี่ยนแปลง โลกเรา หมุนไปเร็วมาก ต่อไปรุ่นลูกรุ่นหลาน คงนึกไม่ออกแล้วว่า ไอ้เทปวีดีโอ เทปเพลง(ซึ่งยังมีให้เห็นอยู่) มันคืออะไร
คาดว่า อีกสิบปีข้างหน้า จะต้องมีตู้กระจก ภายในนั้นก็จะโชว์ของชิ้นหนึ่ง ที่ติดป้ายไว้ว่า เครื่องเล่นวีดีโอ แล้วที่ตั้งบนเครื่องนี้ ก็คือ วีดีโอเทป
อ่ะ.. วกกลับเข้าเรื่องก่อน..
อาทิตย์ก่อน ผมก็ไปเช่าหนังเรื่องๆหนึ่ง ก็ไม่ได้อยากดูอะไร หยิบๆมา งั้นๆ
เห็นว่าคุ้นๆ ว่าเคยเข้าโรงหนังมาก่อน..
The pursuit of happyness
ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้

ดูจบ แล้วรู้สึกเร้ยว่า เฮ้ย ! ทำไม เราถึงผ่านตาไปได้ไงเนี้ยะ...
วิล สมิท (ไม่รู้ว่าเขียนถูกป่าว) รับบทได้สมจริงมาก..
ขอเล่าย่อๆแล้วกัน(เรื่องยาวๆก็ไปหาดูเอาเอง) ว่า เป็นเรื่องอิงชีวิตจริงของผู้ชายคนหนึ่ง ที่เคยตกยากอับจนสุดๆ
จนมาถึงวันหนึ่ง ก็หาทางที่จะเลือกเส้นทางชีวิตที่เปลี่ยนไป ในระหว่างที่ต้องเดินบนถนนเส้นนี้ ต้องพบวิบากกรรมมากมาย เหลือล้นเกินกว่า ที่เราๆ จะคิดว่า มันเป็นเรื่องจริง ๆ เหรอเนี่ยะ ทำทุกสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อได้เงินอันน้อยนิด สำหรับ ลูกและตัวเค้าเอง สุดยอดจริงๆ
ถ้าเป็นผมนะ.... ขอพูดตรงๆ เร้ยว่า ไม่ใช่คนมีความอดทนได้ขนาดนี้
ถ้าเป็นนักร้องสาวคนหนึ่ง ก็คงจะร้องตามเพลงเค้าว่า เลิกแล้วค่ะ ขอเลิกแล้วค่ะ
555555
เรื่องนี้ ทำให้ผมอดที่จะคิดอีกมุมหนึ่ง ของสังคมไทยในปัจจุบัน...
เดียวนี้ ใครต่อใครก็ต้องการที่จะได้งานเบา แต่เงินดี ต้องการมีชีวิตที่สะดวกสบาย
ใครจะบ้าที่จะทำงานหนักๆ เพื่อให้ได้เงินเพียงน้อยนิด..
ผมอาจจะบ่นแบบคนแก่ว่า ทำไมวัยรุ่นสมัยนี้ หรือ คนที่เข้ามาทำงานรุ่นใหม่เดียวนี้ไม่ค่อยอดทน
อะไรนิดอะไรหน่อย ก็บ่นว่า เหนื่อย ไม่คุ้ม ไม่อยากทำ
สมัยผมจบใหม่ๆ ผมทำงานหามรุ่งหามค่ำ ได้เงินมาก็ไม่เท่ากับสมัยนี้ ต่างกันเยอะ
ขนาดเพิ่งผ่านไปไม่กี่ปีเอง
(ห้าหกปีที่ผ่านมา)
อุดมการณ์ กับ ความมุ่งหวังในชีวิต หายไปไหนกันหมดดดดดด....
บ่นนิดบ่นหน่อย เพราะช่วงนี้เจอแต่คนหวังรวยทางลัด ไม่คิดจะทำงานเพื่อหาเงินกันเท่าไรเยอะมากขึ้น
อยากได้จตุคามรุ่นโคตรมหารวย กันทั้งนั้น
ผมว่า ท่านมีจริง คงกุมหัว แล้วก็ตาเหลือก แล้วเหลือกอีก
เพราะคนไทยเป็นล้านๆคนห้อยจตุคาม บูชากันถ้วนหน้า
แล้วท่านคงบ่นอยู่ในใจว่า ช้านจะช่วยคนไหนดีเนียะ ทุกคนอยากรวยกันหมด
สังคมสมัยนี้ มีแต่อยากเดินทางลัดกัน ทำอย่างไรก็ได้ขอให้ได้เงินเยอะๆ แล้วไม่เหนื่อยออกแรงมาก
แปลกที่สมัยรุ่นคุณปู่คุณยายที่อพยพมาจากเมืองจีน ต่างทำมาหากินกันด้วยแรงกายแรงใจหามรุ่งหามค่ำกัน
พอมาถึงรุ่นหลาน กลับมีความคิดตรงข้ามเสียแล้ว
คนจีนมีสุภาษิตหนึ่งที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกถึงคุณค่าจากการทำงานที่ต้องแลกด้วยแรงกายและแรงใจ
ต้นไม้ที่เติบโตสูงใหญ่ กล้าแกร่งต้านลมพายุฟ้าฝนได้อย่างไม่สะทกสะท้านนั้น
ย่อมเป็นที่ประจักษ์ได้ว่า ต้นไม้ต้นนี้ได้ผ่านการพิสูจน์ด้วยกาลเวลามายาวนานเพียงใด
.
เอาว่า ดูหนังเรื่องหนึ่งได้อะไรออกมานิดนึง
หนังที่ดูฆ่าเวลา ไม่คิดหรอกว่า ดูแล้วจะหวังอะไรจากมัน
แต่ก็..
สิ่งที่เราคาดหวัง มักจะไม่ได้ตามหวัง
แต่สิ่งที่ไม่เคยคาดหวังอะไรจากมัน ก็ได้จากมันเสมอ...


ไม่ติดซะงั้นอ่ะค่ะ
เอาเป็นว่า...เราอยู่แบบไม่คาดหวัง ก้อมีความสุขดีระดับนึงเน๊อะ...