Calling
หมายเหตุ : ข้อมูลบางส่วนอิงมาจาก หนังสือ coaching by story โดย เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย
เมื่อ วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ผมได้ไปศึกษาดูงานที่จังหวัดชุมพร ร่วมกับเพื่อนร่วมงานอีกประมาณห้าสิบหกสิบคน
งานนี้ตอนกลางคืนจะมีการประชุม ผมต้องไปเป็นวิทยากรหลักเพื่อนำไปสู่การศึกษาดูงาน
เอาล่ะสิ ! ด้วยความที่เจนจัดหรือขี้เกียจก็ไม่รู้ ทำให้วางเฉย(ซึ่งไม่ใช่อุเบกขาแน่นอน)
สุดท้ายเหลือเพียงแค่ครึ่งวันก็ต้องประชุมกลุ่มแล้ว
จะพูดอะไรดีหว่า !
ว่าแล้ว ก็ได้เหลือบไปเห็นหนังสือที่ตัวเองไปซื้อมาจากสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
ชื่อหนังสือ ว่า coaching by story ทำนองเป็นเรื่องเล่าของผู้นำ
เลยได้หัวข้อมาจากในนั้น
....
กลางห้องประชุม...
และแล้ว ผมก็ยืนอยู่ท่ามกลางสายตาเกือบหกสิบกว่าคู่
มีหัวข้อที่จะพูดแล้ว แต่จะนำไปสู่เรื่องที่จะพูดยังไงดีหว่า ...
ด้วยความเป็นหัวสมองไวแว่บๆๆ 555
เหลือบ(อีกแล้ว) ไปเห็นลูกๆของเพื่อนร่วมงาน
เลยขออาสาสมัครหนึ่งหนูน้อยมาคุยด้วยหน่อย
“โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรค่ะ ” ถามหนูโตวัยสิบสี่ (ที่แววตามีความสับสนตัวเองอย่างมาก
ทำให้วิทยากร เริ่มสับสนกับการจะถามแล้ว)
และแล้วคำตอบที่ได้ทำให้ เรารู้ว่าต่อไปนี้ อย่าเอาเด็กวัยรุ่นมายุ่งเด็ดขาดดด
..
..
..
“ ไม่รู้ค่ะ ไม่เคยคิด”
แบร่ววววว วิทยกรหน้าแตก เอาไงว่ะกรู เหงื่อตกซิบๆแระ
งั้นไม่เป็นไร ครับผม เชิญกลับโต๊ะเลยคับ วิทยกร ตาเขียวปิ๊ดดด ชิชะ...
ขอเด็กคนอื่นต่อดีกว่า ขอเหลือบมองต่อ ไปเห็นน้องอายุ แปดขวบ กำลังพูดแจ่วๆ
ก็เลยขอยืมตัวมาแจ่วๆหน้าเวทีแล้วกัน
คำถามเดิม “โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรค่ะ ”
สายตาวิทยากรเริ่มมีความหวัง เมื่อได้ยินคำตอบ “หนูอยากเป็นพยาบาลเหมือนคุณแม่ค่ะ ”
และแล้วเราก็ต่อด้วยคำถามอื่นๆต่อไปสรุปได้ความว่า หนูอยากเป็นเพราะเห็นว่า เท่ห์ดี คุณแม่เก่งที่สุด อิอิ
.....
เกริ่น มา เพื่ออะไร …
ในบริษัท หรือ องค์กรอะไรก็ตาม เราจะพบคนอยู่สามประเภท
ประเภทแรก วันๆฝันว่า อยากรวยๆๆ มีเงินเมื่อไร ช้านจะลาออกจากงานนี้แล้ว
ทำไปวันๆ ขอให้หมดวันพอครบวันก็เชิดหน้าประแป้ง สะบัดก้นออกจากโต๊ะ
วิ่งแจ้นออกจากที่ทำงาน คนกลุ่มนี้มองงานตัวเองเรียกว่า job (เป็นแค่งาน )
ประเภทต่อมา มีความหวังว่า จะได้เลื่อนขั้น ชีวิตชั้นมีแต่งาน หวังความก้าวหน้า
ทำทุกสิ่งโดยคิดว่า จะเป็นผลให้ตัวเองก้าวหน้าได้ พวกนี้จะมีแรงจูงใจในการทำงาน
ถือว่า เป็นสายเลือดหลักขององค์กรเลยทีเดียว เราเรียกว่า career (มองว่าเป็นอาชีพ)
สุดท้าย กลุ่มนี้ ผมถือว่าเป็นภาพลักษณ์ขององค์กร เป็นกลุ่มคนที่มีความสุขกับการทำงาน
-ยินดีที่จะรับใช้องค์กรโดยไม่หวังผลตอบแทน มีอะไรๆที่ให้องค์กรมีชีวิตชีวาเสมอ
รักองค์กรตนเองเราเรียกว่า กลุ่ม calling (หรือเรียกว่า กลุ่มอาชีพที่ตนเองใฝ่ฝัน)
อ่านถึงตรงนี้ ลองนึกๆดูสิคับว่า ในองค์กรคุณ มีกลุ่มไหนมากที่สุด
จะสะท้อนทิศทางขององค์กรตนเองได้อย่างดีเชียวนะครับ
ปล.. ห่างหายไปนานมากกก แต่ผมกลับมาแล้วครับ 5555


ดีใจครับ ที่คุณหมอโจ้กลับมาเขียนใหม่
รอคอยมานาน
เก่งครับ ไหวพริบไวจริงๆ